Start Your Career 6 หนทางหางานฝ่าวิกฤติ โดย JobsDB มกราคม 2552
วิกฤติการเงินโลก รวมทั้งปัญหาภายในประเทศของเรา ส่งผลต่อการทำธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคาดกันว่าในปี พ.ศ. 2552 นี้จะมีคนว่างงานหลายแสนคน ผู้หางานจึงต้องใช้ความอดทน และความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้หางานจำนวนมาก และได้งานที่ใช่สำหรับแต่ละคนโดยเร็ว ในวันนี้เราจึงมีคำแนะนำในการหางานในภาวะเศษฐกิจถดถอยมาฝาก
1. เลือกงานที่คุณสนใจจริง ๆ
คนที่สมัครงานแบบสะเปะสะปะ อะไรก็ได้ขอให้ได้ทำ ไม่ใช่ลักษณะของคนที่จะประสบความสำเร็จ เพราะเขาไม่ได้ทำงานที่เขาต้องการจะทำจริง ๆ งานเหล่านั้นเป็นเพียงงานที่ทำเพื่อคั่นเวลา สำหรับการมองหางานที่เขาสนใจและต้องการจะทำ เมื่อไม่มีใจรักในงานที่ทำ แน่นอนความทุ่มเทให้กับงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ความสนใจใฝ่รู้ ต้องการพัฒนางาน พัฒนาตนเองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากเป็นตัวคุณ เหตุใดเล่าคุณจึงยอมเสียเวลาไปกับสิ่งที่ตนเองรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ ในขณะที่บริษัทก็เสียเวลา เสียงบประมาณในการว่าจ้างพนักงานเช่นกัน หากคุณเลือกสมัครงานที่คุณสนใจ มันจะเป็นแรงผลักดันให้คุณพยายามทำอย่างเต็มความสามารถ เพื่อแสดงให้นายจ้างเห็นว่า คุณเป็นคนที่ใช่ และสามารถทำประโยชน์ให้บริษัทได้มากมาย ในขณะเดียวกันความกระตือรือร้นในการทำงานจะส่งผลให้คุณสามารถพัฒนาการทำงานได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย และหากคุณเลือกแล้ว คุณสามารถส่งใบสมัครเข้าไปได้เลย ไม่ว่าบริษัทนั้นจะเปิดรับสมัครงานหรือไม่ก็ตาม เป็นการแสดงให้นายจ้างเห็นความตั้งใจจริงของคุณที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทที่คุณใฝ่ฝัน
2. มุ่งไปยังอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
ในช่วงภาวะวิกฤติ คุณจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจ หลีกเลี่ยงอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะปลดพนักงานมากกว่าจะจ้างพนักงานใหม่เสียอีก เลือกอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกผลกระทบมากนักน่าจะปลอดภัยและมั่นคงมากกว่า
3. ใช้ประโยชน์จากเครือช่าย
การผูกมิตร และทำความรู้จักคนไว้ให้มาก จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการหางาน ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง เพื่อนเก่า รุ่นพี่ รุ่นน้อง คู่ค้า หรือลูกค้าสามารถช่วยคุณได้ทั้งนั้น ยิ่งในสังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ การที่มีคนรู้จักอยู่ในบริษัทที่คุณสมัครจะช่วยการันตีฝีมือ และนิสัยใจคอของคุณ ทำให้โอกาสในการได้งานมีมากกว่าคนที่ไม่รู้จักใครเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณจะไม่ทำให้คนที่สนับสนุนคุณต้องมีปัญหาภายหลัง เพราะคุณไม่ได้ดีอย่างที่คุยไว้ ซึ่งอาจทำให้ผิดใจกันไปเลยก็ได้
4. นำเสนอตัวคุณให้โดดเด่น
เริ่มตั้งแต่ในจดหมายสมัครงาน ในเรซูเม่ ไปจนถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ ทุกขั้นตอนล้วนมีความสำคัญ หากจดหมายสมัครงานและเรซูเม่ใม่น่าสนใจ โอกาสที่จะได้เข้าไปสัมภาษณ์ก็ดูจะเลือนราง แต่หากคุณตั้งใจนำเสนอตัวคุณให้เหมาะกับงานที่สมัคร โอกาสจะได้เข้าไปสัมภาษณ์ย่อมมีมากกว่า แต่ละบริษัทมีความต้องการที่แตกต่างกัน ผู้สมัครส่วนใหญ่ที่ส่งเรซูเม่ไปแล้ว ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาเป็นเพราะเขามักจะใช้ส่งเรซูเม่ฉบับเดิมไปยังทุกบริษัทที่เขาสมัคร ซึ่งไม่ได้เป็นการตั้งใจเขียนให้เหมาะกับคุณสมบัติที่บริษัทนั้นต้องการอย่างชัดเจนจึงพลาดโอกาสไป ในขณะที่บางคนมีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์งานแต่ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการตอบคำถามต่าง ๆ จึงพลาดโอกาสไปอีกเช่นกัน ฉะนั้น หากคุณจะต้องไปสัมภาษณ์งาน คุณควรเตรียมพร้อมโดยการทำรายการคำถามที่มักจะถูกถาม แล้วเตรียมคำตอบไว้ให้พร้อม รวมทั้งศึกษาข้อมูลของบริษัทไว้ด้วย เพื่อแสดงว่าคุณมีความสนใจในบริษัทเขาจริง ๆ และเมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง อย่าลืมส่งจดหมายขอบคุณไปยังผู้ที่สัมภาษณ์คุณด้วย
5. รับงานอิสระหรืองานชั่วคราว
บางบริษัทอาจลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานประจำ แล้วหันมาจ้างพนักงานฟรีแลนซ์และพนักงานชั่วคราวแทน นี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคุณ ถ้าเป็นงานที่คุณชอบก็อย่าลังเลใจที่จะรับงานเช่นนี้ แม้จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำ แต่ก็มีโอกาสที่จะได้บรรจุเมื่อบริษัทพร้อมเปิดรับพนักงานประจำอีกครั้งหนึ่ง
6. เพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ
หากคุณหางานมาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเสียที คุณอาจรู้สึกท้อใจ แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง คุณอาจใช้เวลาว่างของคุณในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์และความสามารถในการทำงาน เช่นเรียนภาษาอังกฤษ เรียนคอมพิวเตอร์ หรืออื่น ๆ ที่คุณสนใจ ความรู้และทักษะที่เพิ่มขึ้นมาอาจทำให้คุณหางานได้ไวขึ้นกว่าเดิมก็ได้ แม้ว่าผู้หางานอาจต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฝ่าวิกฤติพิชิตงานให้ได้ แต่หากผู้หางานคิดบวก และมีความหวังอยู่เสมอ ย่อมจะประสบความสำเร็จในการหางาน ได้ทำงานในฝันสมใจ
By Peung
Showing posts with label โลก. Show all posts
Showing posts with label โลก. Show all posts
Thursday, January 8, 2009
Wednesday, December 3, 2008
*เคยไหม? ภูมิใจกับสิ่งเล็กๆ*
*เคยไหม? ภูมิใจกับสิ่งเล็กๆ*
* *
หลายสิ่งมักจะเกิดขึ้นกับการทำอะไรด้วยตนเองในครั้งแรก ถ้าคุณยังพอจะจำได้ (บ้าง) การปั่นจักรยานเป็น ในวัยเด็ก หรือในตอนที่อายุมากแล้ว แม้ว่าความรู้สึกจริงๆ จะต่างกัน ... แต่ความสุขที่ยิ่งใหญ่ คงไม่ต่าง
การทำอะไร ก่อนคนวัยเดียวกันทำได้ ก็เช่นกัน การได้เงินเดือนก้อนแรก แม้ว่าจะน้อยนิด และเงินนั้น ก็อยู่ไม่ถึงสิ้นเดือน การโบกรถเมล์ด้วยตนเอง แล้วรถเมล์จอดให้ขึ้น อาหารจานแรกที่ทำเอง แย่ แต่ก็ดีกว่ากินดิน การถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว .... จากที่ตามเลขเด็ดมาเป็นปีๆ *การที่คนที่คุณแอบปลื้มมานานในที่ทำงาน ยิ้มให้คุณแค่เพียงเสี้ยววินาทีชีวิต*
คุณรอดจากการสอบตก มาแบบเส้นยาแดง คุณวิ่งขึ้นรถไฟฟ้า พร้อมๆ กับการปิดของประตูอัตโนมัติ คุณขับรถป้ายแดงวันแรก จากบ้านถึงที่ทำงาน โดยไม่ชนใคร (แต่เหงื่อท่วมมือ) คุณเพิ่งแต่งหน้าวันแรก มีคนชมคุณ ตั้งแต่บ้านจนถึงที่ทำงาน
ความสุขเล็กๆ แม้จะเกิดขึ้นแบบวูบๆ วาบๆ บ้าง ความสุขในรูปแบบเหมือนๆ กัน พร้อมจะเกิดกับคนแต่ละคนเสมอๆ การที่เราหัดที่จะพอใจอะไรง่ายๆ สร้างความภูมิใจเล็กๆ ดีกว่า อยู่กับความทุกข์ แม้ความสุขที่เข้ามา ก็มองไม่เห็น
*เรียนรู้ที่จะสอนตัวเองแบบนั้นบ้าง เมื่อเวลาที่รู้สึกแย่ๆ แล้วจะทำให้โลกนี้ น่าอยู่อีกเยอะ * แล้วคุณหละ มีความภูมิใจเล็กๆ อะไรบ้าง
* *
หลายสิ่งมักจะเกิดขึ้นกับการทำอะไรด้วยตนเองในครั้งแรก ถ้าคุณยังพอจะจำได้ (บ้าง) การปั่นจักรยานเป็น ในวัยเด็ก หรือในตอนที่อายุมากแล้ว แม้ว่าความรู้สึกจริงๆ จะต่างกัน ... แต่ความสุขที่ยิ่งใหญ่ คงไม่ต่าง
การทำอะไร ก่อนคนวัยเดียวกันทำได้ ก็เช่นกัน การได้เงินเดือนก้อนแรก แม้ว่าจะน้อยนิด และเงินนั้น ก็อยู่ไม่ถึงสิ้นเดือน การโบกรถเมล์ด้วยตนเอง แล้วรถเมล์จอดให้ขึ้น อาหารจานแรกที่ทำเอง แย่ แต่ก็ดีกว่ากินดิน การถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว .... จากที่ตามเลขเด็ดมาเป็นปีๆ *การที่คนที่คุณแอบปลื้มมานานในที่ทำงาน ยิ้มให้คุณแค่เพียงเสี้ยววินาทีชีวิต*
คุณรอดจากการสอบตก มาแบบเส้นยาแดง คุณวิ่งขึ้นรถไฟฟ้า พร้อมๆ กับการปิดของประตูอัตโนมัติ คุณขับรถป้ายแดงวันแรก จากบ้านถึงที่ทำงาน โดยไม่ชนใคร (แต่เหงื่อท่วมมือ) คุณเพิ่งแต่งหน้าวันแรก มีคนชมคุณ ตั้งแต่บ้านจนถึงที่ทำงาน
ความสุขเล็กๆ แม้จะเกิดขึ้นแบบวูบๆ วาบๆ บ้าง ความสุขในรูปแบบเหมือนๆ กัน พร้อมจะเกิดกับคนแต่ละคนเสมอๆ การที่เราหัดที่จะพอใจอะไรง่ายๆ สร้างความภูมิใจเล็กๆ ดีกว่า อยู่กับความทุกข์ แม้ความสุขที่เข้ามา ก็มองไม่เห็น
*เรียนรู้ที่จะสอนตัวเองแบบนั้นบ้าง เมื่อเวลาที่รู้สึกแย่ๆ แล้วจะทำให้โลกนี้ น่าอยู่อีกเยอะ * แล้วคุณหละ มีความภูมิใจเล็กๆ อะไรบ้าง
Thursday, September 4, 2008
บทความฝรั่งฟังไว้บ้างก็ดี
- ควรจะใช้วิจารณญาณในการอ่าน-
เป็นบทความของฝรั่ง- คนไทยก็ควรจะระวังตัวเอาไว้บ้าง-
อย่าไปตื่นตระหนกนัก มันคงไม่แย่อย่างที่เขาว่า
Recession is coming .... make your own judgment, don't panic !! Do what is wise.
ความถดถอยทางเศรษฐกิจกำลังเริ่มต้น...กรุณาตัดสินใจด้วยความระมัดระวังแต่อย่าตระหนกตกใจ!! พยายามดำเนินชีวิตไปตามปกติเท่าที่จะทำได้
The recession looks very eminent. It is really time to take pro activesteps to avoid a painful time in the next two years which is how longthe recession is expected to last.
ความถดถอยครั้งนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างสำคัญดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นรับมือเสียแต่เนิ่นๆเพื่อหลีกเลี่ยงเวลาแห่งความเจ็บปวดที่คาดว่าจะเป็นเวลาถึง 2ปีในครั้งนี้Suggestions:ข้อแนะนำ
1. Don't take any loans; buy homes, properties with loans, or evencash. Keep as much cash as possible.
อย่าดำเนินการใดเกี่ยวข้องกับการกู้ยืม เช่น การซื้อบ้าน ทรัพย์สินหรือการหมุนเงินสด พยายามถือเงินสดไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
2. Pay off as much of personal loans, private loans, as debtcollection will be hastened.
จ่ายคืนเงินกู้ส่วนบุคคล หรือเงินกู้เอกเทศต่างๆ ให้มากที่สุดเพราะการตามเก็บหนี้ครั้งนี้จะโดนเร่งรัดอย่างมาก
3. Sell any stocks you can even at lower prices.
ขายหุ้นใดที่ถืออยู่ออกไป แม้ว่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่าราคาทุน
4. Take money off from Trust Funds.
ถอนเงินสดออกมาจากกองทุนเงินฝากต่างๆ
5. Don't believe in huge sales forecast from customers, be extremelyprudent, lowest inventories, reduce liabilities.
อย่าเชื่อถือในคำทำนายเกี่ยวกับยอดขายจำนวนมโหฬารจากลูกค้าแต่ต้องสุขุมรอบคอบ พยายามลดสินค้าคงคลังให้ต่ำที่สุด และลดหนี้สินลง
6. Don't invest in new capital.
อย่าลงทุนในทรัพย์สินใหม่ๆ
7. If you are selling homes/ properties/ cars, do it now, when you canget good prices, they are going to fall.
ถ้าคุณกำลังขายบ้าน/ ทรัพย์สิน/ รถยนต์ให้รีบดำเนินการทันทีขณะที่ยังได้ราคาดีไม่เช่นนั้นราคาจะตกต่ำลงไปกว่านี้อีก
8. Don't invest in new business proposals.
อย่าลงทุนในข้อเสนอทางธุรกิจใหม่ๆ
9. Cancel holiday plans using credit cards.
ยกเลิกแผนวันหยุดที่จะใช้จ่ายโดยบัตรเครดิต
10. Don't change jobs, as companies will retrench based on 'last in first out'.
อย่าเปลี่ยนงานช่วงนี้เพราะบริษัทต่างๆจะทำการตัดรายจ่ายโดยเอาคนที่มาทีหลังออกก่อน
Stay cool, wait, and if you took all of the above actions and more,you probably will be better off then many. This is not a rumor.
ใจเย็นๆ ให้รอคอยอย่างสงบ ถ้าสามารถดำเนินการตามที่กล่าวมาแล้วคุณจะเป็นผู้ที่โชคดีกว่าอีกหลายๆคน นี่ไม่ใช่ข่าวลือ
Bear Stearns is the first of many banking and financial institutionsthatwill start falling in the not too future. If Bear Stearns canfall, so can JP Morgan, Citibank, HSBC, and the whole world. USeconomy falls, the rest will crumble.
ธนาคารแบร์สเติร์นส์กำลังเป็นหนึ่งในหลายๆธนาคารและสถาบันการเงินที่กำลังจะล้มในอีกไม่นานถ้าธนาคารนี้ล้มได้ สถาบันอื่น เช่น เจ พี มอร์แกน , ซิตี้แบ๊งค์ ,ฮ่องกงแบ๊งค์และเซี่ยงไฮ้ และที่เหลือทั้งโลกก็อาจล้มตามได้เช่นกันถ้าเศรษฐกิจอเมริกาล้ม ที่อื่นก็ย่อมป่นปี้ตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
India and all those self economies will be the most protected, but not gullible.
อินเดียและประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจภายในที่ดีและครบวงจรจะได้รับผลกระทบน้อยแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
Europe may be a little stronger, but not China , another giant! :placeMalaysia will see significant impact.
ยุโรปอาจจะดูแกร่งกว่าที่อื่นเล็กน้อยแต่ไม่เหมือนจีนซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันขณะที่มาเลเซียจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
A friendly reminder form a friend!!!
นี่เป็นคำเตือนด้วยความหวังดีจากเพื่อน
เป็นบทความของฝรั่ง- คนไทยก็ควรจะระวังตัวเอาไว้บ้าง-
อย่าไปตื่นตระหนกนัก มันคงไม่แย่อย่างที่เขาว่า
Recession is coming .... make your own judgment, don't panic !! Do what is wise.
ความถดถอยทางเศรษฐกิจกำลังเริ่มต้น...กรุณาตัดสินใจด้วยความระมัดระวังแต่อย่าตระหนกตกใจ!! พยายามดำเนินชีวิตไปตามปกติเท่าที่จะทำได้
The recession looks very eminent. It is really time to take pro activesteps to avoid a painful time in the next two years which is how longthe recession is expected to last.
ความถดถอยครั้งนี้ดูเหมือนจะค่อนข้างสำคัญดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นรับมือเสียแต่เนิ่นๆเพื่อหลีกเลี่ยงเวลาแห่งความเจ็บปวดที่คาดว่าจะเป็นเวลาถึง 2ปีในครั้งนี้Suggestions:ข้อแนะนำ
1. Don't take any loans; buy homes, properties with loans, or evencash. Keep as much cash as possible.
อย่าดำเนินการใดเกี่ยวข้องกับการกู้ยืม เช่น การซื้อบ้าน ทรัพย์สินหรือการหมุนเงินสด พยายามถือเงินสดไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
2. Pay off as much of personal loans, private loans, as debtcollection will be hastened.
จ่ายคืนเงินกู้ส่วนบุคคล หรือเงินกู้เอกเทศต่างๆ ให้มากที่สุดเพราะการตามเก็บหนี้ครั้งนี้จะโดนเร่งรัดอย่างมาก
3. Sell any stocks you can even at lower prices.
ขายหุ้นใดที่ถืออยู่ออกไป แม้ว่าจะได้ราคาที่ต่ำกว่าราคาทุน
4. Take money off from Trust Funds.
ถอนเงินสดออกมาจากกองทุนเงินฝากต่างๆ
5. Don't believe in huge sales forecast from customers, be extremelyprudent, lowest inventories, reduce liabilities.
อย่าเชื่อถือในคำทำนายเกี่ยวกับยอดขายจำนวนมโหฬารจากลูกค้าแต่ต้องสุขุมรอบคอบ พยายามลดสินค้าคงคลังให้ต่ำที่สุด และลดหนี้สินลง
6. Don't invest in new capital.
อย่าลงทุนในทรัพย์สินใหม่ๆ
7. If you are selling homes/ properties/ cars, do it now, when you canget good prices, they are going to fall.
ถ้าคุณกำลังขายบ้าน/ ทรัพย์สิน/ รถยนต์ให้รีบดำเนินการทันทีขณะที่ยังได้ราคาดีไม่เช่นนั้นราคาจะตกต่ำลงไปกว่านี้อีก
8. Don't invest in new business proposals.
อย่าลงทุนในข้อเสนอทางธุรกิจใหม่ๆ
9. Cancel holiday plans using credit cards.
ยกเลิกแผนวันหยุดที่จะใช้จ่ายโดยบัตรเครดิต
10. Don't change jobs, as companies will retrench based on 'last in first out'.
อย่าเปลี่ยนงานช่วงนี้เพราะบริษัทต่างๆจะทำการตัดรายจ่ายโดยเอาคนที่มาทีหลังออกก่อน
Stay cool, wait, and if you took all of the above actions and more,you probably will be better off then many. This is not a rumor.
ใจเย็นๆ ให้รอคอยอย่างสงบ ถ้าสามารถดำเนินการตามที่กล่าวมาแล้วคุณจะเป็นผู้ที่โชคดีกว่าอีกหลายๆคน นี่ไม่ใช่ข่าวลือ
Bear Stearns is the first of many banking and financial institutionsthatwill start falling in the not too future. If Bear Stearns canfall, so can JP Morgan, Citibank, HSBC, and the whole world. USeconomy falls, the rest will crumble.
ธนาคารแบร์สเติร์นส์กำลังเป็นหนึ่งในหลายๆธนาคารและสถาบันการเงินที่กำลังจะล้มในอีกไม่นานถ้าธนาคารนี้ล้มได้ สถาบันอื่น เช่น เจ พี มอร์แกน , ซิตี้แบ๊งค์ ,ฮ่องกงแบ๊งค์และเซี่ยงไฮ้ และที่เหลือทั้งโลกก็อาจล้มตามได้เช่นกันถ้าเศรษฐกิจอเมริกาล้ม ที่อื่นก็ย่อมป่นปี้ตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
India and all those self economies will be the most protected, but not gullible.
อินเดียและประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจภายในที่ดีและครบวงจรจะได้รับผลกระทบน้อยแต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
Europe may be a little stronger, but not China , another giant! :placeMalaysia will see significant impact.
ยุโรปอาจจะดูแกร่งกว่าที่อื่นเล็กน้อยแต่ไม่เหมือนจีนซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันขณะที่มาเลเซียจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
A friendly reminder form a friend!!!
นี่เป็นคำเตือนด้วยความหวังดีจากเพื่อน
Subscribe to:
Posts (Atom)